พระอาณาจักร และ พระศาสนจักร

(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

บทความจากวารสารมิตรสงฆ์

พระอาณาจักร และ พระศาสนจักร

ล.เทียนชัย

            สืบเนื่องจากในบทความเรื่องแม่พระในมิตรสงฆ์ฉบับที่แล้ว ตอนท้ายมีกล่าวถึงแม่พระเป็นดาราแห่งการประกาศพระวรสาร ได้พูดถึงงานประกาศพระวรสารแก่คนต่างศาสนาในประเทศไทยของเรา ซึ่งมีคริสตชนจำนวนน้อยนิด แต่พระศาสนจักรยังทำงานอภิบาลสำหรับคริสตชนจำนวนน้อยนี้อยู่ ยังไม่ได้คิดถึงพระอาณาจักรของพระเจ้าซึ่งกว้างใหญ่ไพศาลมากกว่ามาก ซึ่งรวมทุกชาติทุกศาสนา ในฉบับนี้ก็อยากอธิบายเรื่องพระอาณาจักรและพระศาสนจักรให้ชัดยิ่งขึ้น

            ก่อนพระสังคายนาวาติกันที่ 2 และแม้หลังพระสังคายนาจนกระทั่งปัจจุบัน เรามักคุ้นกับคำพระศาสนจักรมากกว่าพระอาณาจักร เราสนใจและพูดถึงพระศาสนจักรมากกว่าพระอาณาจักร ทั้งๆ ที่พระอาณาจักรสำคัญกว่าและเป็นจุดหมายปลายทางของเรา ส่วนพระศาสนจักรเป็นเพียงเครื่องหมายและเครื่องมือของพระอาณาจักร พระเยซูคริสตเจ้าเริ่มประกาศข่าวดีเรื่องพระอาณาจักร ตรัสว่า "จงกลับใจเถิด เพราะอาณาจักรสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว" (มธ 4:17) -"เราต้องประกาศข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้าให้เมืองอื่นๆ ด้วย เพราะเราถูกส่งมาเพื่อการนี้" (ลก 4:43) - "ทรงเรียกอัครสาวกสิบสองคนเข้ามาพร้อมกัน ประทานอำนาจเหนือปีศาจและพลังรักษาโรค ทรงส่งเขาไปประกาศพระอาณาจักรของพระเจ้าและรักษาโรค" (ลก 9:1-2) พระวรสารทั้ง 4 พูดถึงพระอาณาจักร 100 กว่าครั้ง พระวรสารส่วนใหญ่ใช้คำ "พระอาณาจักรของพระเจ้า" ส่วนพระวรสารโดยนักบุญมัทธิวใช้คำ "พระอาณาจักรสวรรค์" ซึ่งก็มีความหมายเหมือนกัน พระเยซูเจ้าทรงสอนเราให้ภาวนาขอพระบิดา : "พระอาณาจักรจงมาถึง" หมายความว่า ขอให้พระเจ้าเป็นกษัตริย์ของพระอาณาจักรนี้ หรือขอให้มนุษย์ยอมรับพระเจ้าเป็นกษัตริย์ของพระอาณาจักรนี้ ส่วนคำ "พระศาสนจักร" มีพูดถึงเพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือในพระวรสารโดยนักบุญมัทธิว : "ท่านเป็นศิลา และบนศิลานี้เราจะตั้งพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้" (มธ.16:18)

            มีผู้ให้ข้อสังเกตว่าเราสนใจพระศาสนจักร ทำงานให้พระศาสนจักร หาสมาชิกใหม่ให้พระศาสนจักรตลอดเวลา 2,000 กว่าปี เรามีสมาชิกเป็นคริสตชนเพียง 2000 ล้านคน รวมทั้งออร์ธอดอกซ์และพี่น้องคริสเตียน ส่วนชาวโลกอีกค่อนโลกยังไม่เป็นคริสต์ ยังไม่อยู่ในพระศาสนจักรคาทอลิก ถามว่าเขาเหล่านั้นที่ไม่เป็นคริสตชน หรือถือศาสนาอื่น เอาตัวรอดไปสวรรค์ได้ไหม คำตอบก็คือได้ (เทียบพระสังคายนาวาติกันที่ 2 และพระศาสนจักรในเอเชีย : "ผู้นับถือศาสนาอื่น สามารถรับพระหรรษทานของพระเป็นเจ้าและได้รับความรอดจากพระคริสตเจ้า นอกเหนือจากหนทางธรรมดา") ถ้าเขาดำเนินชีวิตตามเสียงมโนธรรมและตามคำสอนศาสนาของตน หมายความว่าเขาเหล่านั้นแม้ไม่อยู่ในพระศาสนจักร แต่ก็อยู่ในพระอาณาจักรซึ่งรวมทุกชาติ ทุกศาสนา ไม่เหมือนแต่ก่อน พระสังฆราชซีเปรียน (ศตวรรษที่ 3) เชื่อและสอนว่า "EXTRA ECCLESIAM NULLA SALUS" : นอกพระศาสนจักรไม่มีความรอด เปรียบเหมือนใครไม่อยู่ในสำเภานอแอ ไม่รอดจมน้ำตายหมด แต่พระศาสนจักรส่วนรวมไม่เห็นด้วย

            ในพระศาสนจักรมีทั้งคนดีและไม่ดี ในพระอาณาจักรก็มีทั้งคนดีและไม่ดี ดังที่พระคริสตเจ้าทรงสอนเราโดยใช้เรื่องอุปมา พระองค์ไม่ให้นิยามตรงๆ เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจได้ เช่น เรื่องผู้หว่าน เรื่องข้าวละมาน เรื่องอวนที่หย่อนลงในทะเลติดปลาดีปลาเลว เรื่องลูกหนี้ไร้เมตตา เรื่องคนงานในสวนองุ่น เรื่องานวิวาห์มงคล เรื่องหญิงสาว 10 คน 5 คนเป็นคนโง่ อีก 5 คนเป็นคนฉลาด เรื่องเงินตะลันต์ทำทุน เรื่องวันสิ้นโลก -พระเจ้าทรงมีพระทัยดี มีเมตตา สงสารเพียรอดทนคนชั่วให้มีเวลากลับตัวกลับใจ ให้คนดีและคนชั่วอยู่ปะปนกัน เพื่อให้คนดีเป็นแบบอย่างที่ดี ชักชวนและตักเตือนคนชั่วให้กลับตัวเป็นคนดี เพื่อในวันสุดท้าย พระเจ้าจะทรงเป็นผู้คัดเลือกคนดีที่แท้จริง ทั้งในพระศาสนจักรและพระอาณาจักร ฉะนั้นพระศาสนจักรที่พระคริสตเจ้าทรงตั้งขึ้นเพื่อบริการรับใช้แผ่ขยายพระอาณาจักร จะต้องพยายามสุดความสามารถทำให้คนไม่ดีซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในพระอาณาจักรซึ่งรวมศาสนาต่างๆ ให้เป็นคนดี ดำเนินชีวิตตามเสียงมโนธรรมและตามคำสอนศาสนาของตน แม้เขายังไม่อยู่ในพระศาสนจักร แต่ก็สามารถอยู่ในพระอาณาจักรของพระเจ้าแล้วตั้งแต่ในโลกนี้และที่สุดในโลกหน้า พระศาสนจักรจึงมิใช่มีหน้าที่เอาใจใส่ทำงานอภิบาลคริสตชนกลุ่มน้อยๆ ตามวัด และตามโรงเรียนเท่านั้น ดังที่เข้าใจและปฏิบัติกันอยู่ หากยังต้องทำงานธรรมทูตกับคนต่างศาสนาที่อยู่ในบริเวณวัดและในโรงเรียนของเราด้วย ดังที่พระเยซูคริสตเจ้าตรัสไว้ว่า : "เรามีแกะอื่นๆ ซึ่งไม่อยู่ในคอกนี้ เราต้องนำหน้าแกะเหล่านี้ด้วย แกะจะฟังเสียงของเรา จะมีแกะเพียงฝูงเดียวและผู้เลี้ยงเพียงคนเดียว" (ยน 10:16) พระวาจานี้แต่ก่อนเราร้องเป็นเพลงภาษาลาติน (ALIAS OVES HABEO)ในพิธีอวยพรศีลมหาสนิท

            พระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นพระอาณาจักรนิรันดร พระอาณาจักรแห่งความจริงและชีวิต พระอาณาจักรแห่งความศักดิ์สิทธิ์และพระหรรษทาน พระอาณาจักรแห่งความยุติธรรม ความรักและสันติ (บทภาวนาในบูชามิสซาขอบพระคุณสมโภชพระเยซูเจ้าเป็นกษัตริย์) เป็นพระอาณาจักรที่นับถือพระเป็นเจ้าและพระคริสตเจ้า เป็นพระอาณาจักรมิใช่แห่งความเท็จ มิใช่แห่งบาป เป็นพระอาณาจักรที่พระเจ้าโปรดปราน เป็นพระอาณาจักรที่มิใช่แห่งความอยุติธรรม การกดขี่ข่มเหง ที่มิใช่แห่งความเกลียดชัง การแตกแยกและสงคราม -พระศาสนจักรซึ่งเป็นเครื่องหมายและเครื่องมือของพระอาณาจักรก็ต้องมีคุณลักษณะเหล่านี้เช่นเดียวกัน

            แม้เราทำการเสวนากับคริสตจักรนิกายต่างๆ และกับศาสนาอื่นๆ แล้ว แม้เราเชื่อว่าพี่น้องคริสเตียนนิกายต่างๆ และผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ที่มิใช่คริสตศาสนา เอาตัวรอดไปสวรรค์ได้ก็ตาม เรายังต้องทำงานธรรมทูตประกาศพระวรสารต่อไปเพื่อให้ทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกนิกาย มาเป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสนจักรคาทอลิกของเรา เพราะเขาเหล่านั้นมีสิทธิ์ที่จะได้ยินข่าวดีของเรา ส่วนเรามีหน้าที่ที่จะแบ่งปันข่าวดีของเราแก่เขาด้วยความรัก นอกจากนั้นในพระศาสนจักรคาทอลิกของเรามีอุปกรณ์มากมายเพื่อช่วยให้เอาตัวรอดง่ายขึ้น เทียบพระศาสนจักรในเอเชียข้อ 31 เรื่องการเสวนากับศาสนาอื่นๆ "คริสตชนมีความเชื่อว่าความรอดอันครบบริบูรณ์ย่อมมาจากพระคริสตเจ้าเท่านั้น และพระศาสนจักรกลุ่มต่างๆ ซึ่งพวกเขาเป็นสมาชิกอยู่นั้น คือ หนทางธรรมดา ที่จะนำไปสู่ความรอด นักบุญยอห์นปอลที่ 2 สมเด็จพระสันตะปาปาได้มีสารถึงสหพันธ์สภาพระสังฆราชแห่งเอเชีย ความว่า : แม้พระศาสนจักรยอมรับด้วยความเต็มใจ ซึ่งสิ่งที่ดีและศักดิ์สิทธิ์ในหลักธรรมของศาสนาอื่นๆ ซึ่งสะท้อนความจริงให้ความสว่างแก่มวลมนุษย์ก็มิได้ทำให้หน้าที่และความตั้งใจที่จะประกาศโดยไม่หยุดหย่อนว่า พระเยซูคริสตเจ้าทรงเป็นหนทางความจริงและชีวิตหมดสิ้นไป ความจริงที่ว่าผู้นับถือศาสนาอื่น สามารถพระหรรษทานของพระเป็นเจ้าและได้รับความรอดจากพระคริสตเจ้า นอกเหนือจากหนทางธรรมดาที่พระองค์ทรงกำหนดไว้นั้น มิได้ลบล้างการเรียกร้องสู่ความเชื่อและการรับศีลล้างบาป ซึ่งพระเป็นเจ้าทรงมีพระประสงค์จะทรงประทานให้แก่มวลมนุษย์แต่อย่างใด" เป็นที่น่าเสียดายที่ชนส่วนน้อย ที่มีความเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้า และรับศีลล้างบาปคือคริสตชนมาพบหนทางธรรมดา ขณะที่ชนส่วนใหญ่คือคนต่างศาสนามาพบหนทางนอกเหนือจากหนทางธรรมดา ฉะนั้นงานธรรมทูตของพระศาสนจักรจะต้องเร่งรัดให้ดำเนินต่อไปเพื่อแผ่ขยายพระอาณาจักรของพระเจ้าไปยังชนทุกชาติ ทุกศาสนาจนสุดปลายแผ่นดินโดยเฉพาะในทวีปอาฟริกา ทวีปเอเชีย และในประเทศไทยของเราซึ่งยังมีคริสตชนจำนวนน้อยมาก

            ดังนั้นให้เราหันมาสนใจพระอาณาจักรของพระเจ้าซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงตั้งขึ้นและทรงมีพระประสงค์ให้เราช่วยพระองค์แผ่ขยายไปในจิตใจของมนุษย์ทุกคน พระศาสนาจักรทำงานอภิบาลสำหรับคริสตชนที่ดีและไม่ดี จะต้องหันมาทำงานธรรมทูตกับคนต่างศาสนาที่ดีและไม่ดีให้มากขึ้นกว่าในอดีต เราพูดกันอยู่เสมอว่าต้องทำให้โรงเรียนเป็นสนามแพร่ธรรม ในอดีตและปัจจุบันโรงเรียนคาทอลิกของเราทำอะไรบ้างเพื่อพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างจริงจัง ปัจจุบันทางราชการอนุญาตให้สอนคริสตศาสนาในชั่วโมงเรียนได้ แต่ว่ามีการสอนกันหรือเปล่า โดยพระสงฆ์ นักบวช และครูคำสอน เป็นที่น่าเสียดาย เป็นการเสียโอกาสทอง คนต่างศาสนาเหล่านั้นมาอยู่ในโรงเรียนของเราเป็นเวลาหลายปี เขารู้จักศาสนาของเรา รู้จักข่าวดีในศาสนาของเราเพียงใด อัตลักษณ์ของโรงเรียนคาทอลิกของเราคืออะไร เด่นชัดไหมสำหรับฝ่ายเราและในสายตาของคนต่างศาสนา นอกจากนั้นศาสนาคาทอลิกของเราซึ่งบรรดามิสชันนารีต่างประเทศนำเข้ามาในประเทศไทยของเราเป็นเวลา 300 กว่าปีแล้วได้รับการสานต่อสืบทอดพันธกิจซึ่งพระคริสตเข้าทรงมอบให้ จากพี่น้องชาวไทยคาทอลิกเพื่อพี่น้องชาวไทยที่มิใช่คาทอลิกอย่างไรบ้าง งานธรรมทูตกับพี่น้องต่างศาสนาได้ดำเนินการและได้รับความร่วมมือมากน้อยเพียงใดจากพระสงฆ์ นักบวชและฆราวาสคนไทยเพื่อคนไทยด้วยกัน

            เนื่องในโอกาสฉลองวันคล้ายวันเกิดของนักบุญยอห์นบอสโก ครบ 200 ปี ให้เราเอาอย่างความรักความร้อนรนของท่านนักบุญต่อวิญญาณ ตามคติพจน์ของท่านที่ว่า : "DA MIHI ANIMAS CAETERA TOLLE" ขอแต่วิญญาณ สิ่งอื่นไม่ต้องการ และในโอกาสฉลองวันคล้ายวันเกิดของนักบุญเทเรซาแห่งพระเยซู (อาวิลา) ครบ 500 ปี ขอฝากคติพจน์อันมีชื่อของท่านด้วย : "LET NOTHING DISTURB YOU; LET NOTHING FRIGHTEN YOU. ALL THING ARE PASSING. GOD NEVER CHANGES. PATIENCE OBTAINS ALL THINGS. WHO HAS GOD WANTS NOTHING. GOD ALONE SUFFICES." นักบุญเทเรซาแห่งพระเยซูกุมาร องค์อุปถัมภ์ของมิสซัง เข้าอารามการ์แม็ลเพื่อ "ภาวนาให้พระสงฆ์และช่วยวิญญาณ"

            หวังว่า บทความนี้คงจะช่วยให้พี่น้องมิตรสงฆ์ เข้าใจและสนใจพระอาณาจักรของพระเจ้ามากขึ้น และช่วยกันปรับปรุงเปลี่ยนแปลงปฏิรูปพระศาสนจักรของเราให้เป็นภาพลักษณ์ของพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างแท้จริง เพื่อผู้ที่เห็นพระศาสนจักรก็เห็นพระอาณาจักรของพระเจ้า และในวันสุดท้ายพระเยซูคริสตเจ้าจะได้ถวายพระอาณาจักนี้แด่พระบิดาเจ้า "พระอาณาจักรจงมาถึง"

            ข้าแต่พระแม่มารีย์ ดาราแห่งการประกาศพระวรสาร ช่วยวิงวอนเทอญ

สถิติการเยี่ยมชม

9834811
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
982
2347
982
9809813
71785
79417
9834811
Your IP: 44.192.48.196
Server Time: 2024-06-16 09:31:05

แบบฟอร์ม

instagram

พระศาสนจักร


สื่อ YOUTUBE


Laudato si’

บทเรียนคำสอน





บทภาวนา

พิธีกรรมต่างๆ

เอกสารพระศาสนจักร

บทความคำสอน



KAMSONCHAN

 

   องค์กรคาทอลิก              คณะนักบวช  
 

สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม
แผนกคริสตศาสนธรรม
อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
ศูนย์คริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
สังฆมณฑลจันทบุรี
คณะรักกางเขนแห่งจันทบุรี
มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา
คามิลเลียนโซเชียลเซนเตอร์ ระยอง

  สังฆมณฑลนครราชสีมา                       
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลนครราชสีมา
สังฆมณฑลอุบลราชธานี
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลอุบลราชธานี   
สังฆมณฑลราชบุรี
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี
สังฆมณฑลนครสวรรค์
สังฆมณฑลเชียงใหม่
  สังฆมณฑลสุราษฎ์ธานี
สังฆมณฑลอุดรธานี
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลอุดรธานี

สภาการศึกษาคาทอลิกประเทศไทย
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ (ยส.)
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อสุขภาพอนามัย
สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย (อุดมสาร)
  ชมรมอธิการิณีเจ้าคณะนักบวชแห่งประเทศไทย
คณะภคินีเซนต์ปอลเดอร์ชาร์ต
คณะภคินีศรีชุมพาบาล       
คณะพระมหาไถ่แห่งประเทศไทย
คณะเซนต์คาเบรียล
คณะซาเลเซียน
คณะซาเลเซียน (ซิสเตอร์)
กางเขนแดงสาร

 



JSN Megazine template designed by JoomlaShine.com